แม้ตัด ม. 22 แล้ว ก็ยังเป็นเสือร้าย
เขียนโดย น.พ. โชติช่วง ชุตินธร 21/12/50

ร่างกฏหมายผ่านสภา วาระ 2 และ วาระ 3 ในวันที่ 20 ธันวาคม 2550 แล้วแม้มีการตัดมาตรา 22 ออกและแก้ไขข้ออื่นๆเพื่อทำให้กฎหมายฉบับนี้ดูดีขึ้น แต่จริงๆแล้วก็ยังอันตรายมากอยู่ เช่น มาตรา 17 ก็ยังคงอยู่ เท่ากับว่าความร้ายกาจของกฎหมายลดลงเพียง หนี่งในสิบ เหมือนเสือร้ายที่ถูกตัดเขี้ยวเล็บไปเพียง 1 อันเท่านั้น แต่ยังเต็มไปด้วยความดุร้ายพร้อมที่จะตระครุบทำร้ายเราได้ทุกเมื่อเพราะ ยังคงตั้งหน่วยงานเกสตาโปที่ร้ายกาจเหมือนเดิม

ถ้าพิจารณาให้ดีๆจะเห็นว่ารัฐธรรมนูญหมวด 3 ว่าด้วยสิทธิและเสรีภาพของชนชาวไทย หลักการของสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานของทุกมาตราหรือเกือบทุกมาตรา(ในทางตรงหรือทางอ้อม) ถูกละเมิดด้วยกฎหมายความมั่นคงนี้ เพราะฉะนั้นจึงเป็นการกระทบกระเทือนสาระสำคัญของสิทธิและเสรีภาพเช่น มาตรา 17 ของร่างกฎหมายความมั่นคง มีข้อห้ามหลายข้อ เช่น

  1. “ให้เจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้องปฏิบัติการหรืองดปฏิบัติการอย่างหนึ่งอย่างใด” (หมายความว่าเจ้าหน้าที่มีสิทธิ์ทำอะไรก็ได้ไม่ทำอะไรก็ได้ ข้อนี้อันตรายมากเป็นการให้อำนาจมากเกินไปไม่มีขอบเขต จะค้น จะยึด จะจับ จะขัง จะทรมานก็ทำได้ทั้งนั้นเพราะขึ้นอยู่กับดุลย์พินิจของเจ้าหน้าที่ ประชาชนต้องแล้วแต่ท่านจะเมตตาจะฆ่าจะแกงก็ได้)
  2. “ห้ามเข้าหรือให้ออกจากบริเวณพื้นที่ อาคาร หรือสถานที่ที่กำหนด ...” (หมายความว่า อาจจะเป็นการเริ่มต้นของค่ายกักกันหรือค่ายนรก (concentration camp) หรือ คุก-ลับ ขังลืมก็ได้)
  3. “ห้ามออกจากเคหสถานในเวลามี่กำหนด” (เท่ากับประกาศ เคอร์ฟิวได้แม้บ้านเมืองอยู่ในภาวะสงบสุขโดยไม่ได้ประกาศภาวะฉุกเฉิน)
  4. “ห้ามนำอาวุธออกนอกเคหสถาน” (ข้อนี้ก็ยุ่งยากแล้วแต่รัฐจะนิยามว่าอะไรคืออาวุธ เช่นเดี๋ยวนี้ห้ามนำของเหลวหรือของมีคมขึ้นเครื่องบินกลายเป็นว่าแม้แต่น้ำเปล่าหรือมีดพกเล็กๆไว้ปลอกผลไม้ก็ห้ามนำเข้าเครื่องบินแล้ว)
  5. “ห้ามการใช้เส้นทางคมนาคมหรือการใช้ยานพาหนะ...” (ห้ามเดินทาง ห้ามขึ้นเครื่องบิน ห้ามขับขี่รถยนต์หรือจักรยานยนต์หรือแม้แต่จักรยาน)
  6. “ให้บุคคลปฏิบัติหรือหรืองดเว้นการปฏิบัติ... เครื่องมือหรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์... ” (หมายความว่ารัฐมีสิทธิ์ล้วงข้อมูลจากคอมพิวเตอร์หรือปิดเว็บไซด์ แอบดูข้อมูลทางอินเตอร์เน็ท (Email) หรือ ดักฟังโทรศัพท์มือถือหรือโทรศัพท์บ้านและที่ทำงาน... )
สรุป กฎหมายรักษาความมั่นคงเป็นกฎหมายที่ขัดต่อเจตณารมณ์ของรัฐธรรมนูญจึงจัดเป็นกฎหมายที่โมฆะ ขั้นตอนต่อไปคือต้องให้ศาลรัฐธรรมนูญตัดสินขี้ขาด
 
   
   
Home About the Author Contact Info